Home เที่ยวญี่ปุ่นชูบุ (Chubu) 12 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนาโกย่า (Nagoya) ที่ต้องมา Check-in!
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนาโกย่า (Nagoya)

12 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนาโกย่า (Nagoya) ที่ต้องมา Check-in!

by Pikanoui
5858 views

เมืองนาโกย่า (Nagoya) ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ภายในภูมิภาคชูบุ (Chubu) โดยเป็นเมืองหลักของภูมิภาคนี้ และเรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ระหว่างเมืองโตเกียว (Tokyo) ในภูมิภาคคันโต (Kanto) และเมืองโอซาก้า (Osaka) ในภูมิภาคคันไซ (Kansai) ซึ่งสามารถเดินทางมาได้รวดเร็วด้วยรถไฟชินคันเซ็นจากทั้งสองเมือง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย

สำหรับการเดินทางภายในเมืองนาโกย่านั้นก็ค่อนข้างสะดวกสบายด้วยรถไฟบนดินและรถไฟใต้ดิน ซึ่งสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง โดยมีสถานที่ที่น่าสนใจทั้ง ปราสาท วัด ศาลเจ้า แหล่งช็อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์และสวนสนุก จึงเป็นอีกเมืองน่าเที่ยวของญี่ปุ่น และที่สำคัญยังมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวหน้าปลาไหล (Hitsumabushi), กุ้งชุบแป้งทอดไซส์ยักษ์ (Ebi-Furai), ข้าวหมูทอดราดซอสมิโสะ (Misokatsu), ปีกไก่ทอด (Tebasaki) เป็นต้น

 

12 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนาโกย่าที่ห้ามพลาด!

 

 

ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

( แผนที่)

ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

หากนึกถึงสัญลักษณ์สำคัญประจำเมืองนาโกย่า หลายคนคงรู้จักกันดีว่าต้องเป็นที่ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)” ถือเป็นปราสาทเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า (Nagoya) โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1612 ตามความประสงค์ของท่านโชกุน โทคุกาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu) เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูในสมัยเอโดะค่ะ แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปราสาทแห่งนี้ได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุเพลิงไหม้ ต่อมาไม่นานปราสาทแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1959 และยังคงความเป็นดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุดค่ะ

ปราสาทนาโกย่าแห่งนี้มีอยู่ทั้งหมด 7 ชั้น ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความทันสมัยให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ภายในได้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาเกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้เอาไว้ให้ได้ศึกษากันค่ะ ส่วนด้านนอกของประสาทมีการจัดเป็นส่วนหย่อมที่มีอยู่ 2 ส่วน รวมทั้งส่วนที่เป็นคูเมืองและกำแพงป้อมปราการ

ปราสาทแห่งนี้ยังกลายเป็นจุดชมดอกซากุระบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งจะมีต้นซากุระปลูกไว้อยู่มากกว่า 1,000 ต้นรอบ ๆ ปราสาท นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่ปราสาทนาโกย่าแห่งนี้โดยใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Meijo Line เพื่อมาลงที่สถานี Shiyakusho จากนั้นให้ออกทางออกหมายเลข 7 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 9 นาทีค่ะ

หมายเหตุ

  • สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวที่ปราสาทแห่งนี้อาจจะไม่ได้เข้าไปเที่ยวชมภายในนะคะ เนื่องจากที่นี่มีการปิดปรับปรุงชั่วคราวไปจนถึงปี ค.ศ. 2022 แต่ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมรอบนอกปราสาทและในส่วนของส่วนอื่นๆ ได้ตามปกติค่ะ

 

วัดโอสึคันนง (Osu Kannon Temple)

( แผนที่)

วัดโอสึคันนง (Osu Kannon Temple)

แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเมืองนาโกย่า ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะแวะมาไหว้พระขอพรก็คือ วัดโอสึคันนง (Osu Kannon Temple)” วัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของนาโกย่า เดิมทีวัดนี้สร้างขึ้นตรงบริเวณที่เป็นจังหวัดกิฟุ (Gifu) ในปัจจุบัน จากนั้นท่านโชกุน โทคุกาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu) ได้ย้ายวัดแห่งนี้มาที่เมืองนาโกย่า (Nagoya) ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ในปี ค.ศ. 1612 และวัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 1970 หลังจากที่ได้รับความเสียหายหลายครั้ง

ภายในอาคารหลักของวัดโอสึคันนง ยังเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเทพคันนง หรือเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นฝีมือการแกะสลักด้วยไม้ของท่านโคโบะ ไดชิ (Kobo Daishi) ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสมัยนั้น นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาสักการะกันเป็นจำนวนมากเพราะเชื่อกันว่าจะมีแต่ความสุขสมหวัง

ไม่ไกลออกไปจากวัดโอสึคันนงยังมีแหล่งช็อปปิ้งสุดปัง Osu Kannon Shopping Arcade ที่มีกว่า 400 ร้านค้าให้นักท่องเที่ยวได้แวะเที่ยว ชิม ช้อป กันจนเพลิดเพลินตลอดทั้งวันกันเลยทีเดียว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่นี่โดยใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Tsurumai Line เพื่อมาลงยังสถานี Osu Kannon จากนั้นให้ออกทางออกหมายเลข 2 จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาทีเท่านั้นค่ะ

 

ศาลเจ้าอะสึตะ (Atsuta Shrine)

( แผนที่)

ศาลเจ้าอะสึตะ (Atsuta Shrine)

อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองนาโกย่าตั้งอดีตจวบจนปัจจุบัน ก็คือ ศาลเจ้าอะสึตะ (Atsuta Shrine)” ถือเป็นศาลเจ้าแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ได้รับความเคารพอย่างมาก เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ก่อตั้งในยุคของจักรพรรดิเคโกะ (Keiko) ช่วง ค.ศ. 71-130 โดยในทุกๆ ปีศาลเจ้าแห่งนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากกว่า 9 ล้านคนที่เดินทางเข้ามาสักการะบูชาและขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องของชัยชนะค่ะ

เนื่องจากในอดีตได้มีท่านเจ้าเมืองนามว่า โอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga) เดินทางมาเพื่อขอพรให้ได้รับชัยชนะในระหว่างทำศึกสงคราม และได้รับชัยชนะกลับมาดังคำขอ จากนั้นมาศาลเจ้าแห่งนี้จึงกลายเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองอยู่เสมอมา ภายในศาลเจ้าอะสึตะแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรักษาดาบศักดิ์สิทธิ์ (Kusanagi-no-Tsurugi) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของพระจักพรรดิในยุคอดีต และเป็นที่เก็บรวบรวมสมบัติล้ำค่าอื่นๆ กว่า 6,000 ชิ้น

ส่วนบรรยากาศโดยรอบศาลเจ้าแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ดูร่มรื่น เย็นสบาย ทำให้รู้สึกถึงความเงียบสงบแก่ผู้ที่แวะมา โดยในแต่ละปีจะมีการจัดงานเทศกาลและพิธีกรรมที่ศาลเจ้าแห่งนี้มากกว่า 70 ครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสาย ได้แก่ Meijo Line มาลงที่สถานี Jingunishi, Meitetsu Line มาลงที่สถานี Jingumae หรือ สาย JR มาลงที่สถานี Atsuta จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 3 – 8 นาที

 

นาโกย่าทีวีทาวเวอร์ (Nagoya TV Tower)

( แผนที่)

นาโกย่าทีวีทาวเวอร์ (Nagoya TV Tower)

สัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองนาโกย่าและถือเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวกับ นาโกย่าทีวีทาวเวอร์ (Nagoya TV Tower)” ที่ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะฮิซายะโอโดริ (Hisaya Odori Park) ในย่านซาคาเอะ (Sakae) ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งของเมืองนาโกย่า

นาโกย่าทีวีทาวเวอร์ถือเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1954 โดยมีความสูงอยู่ที่ 180 เมตร และมีต้นแบบมาจากหอไอเฟล (Eiffel Tower) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศสนั่นเองค่ะ ปัจจุบันหอส่งสัญญาณนี้ได้หยุดทำการแล้วนับตั้งแต่ทางญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงระบบส่งสัญญาณทีวีจากอะนาล็อกมาเป็นดิจิตอลแทนค่ะ

หอคอยแห่งนี้ประกอบไปด้วย Tower Square ที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นชั้นที่เตรียมสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนกัน ซึ่งจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟเล็ก ๆ ไว้คอยบริการ และนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปซื้อตั๋วได้ที่ชั้น 3 โซน Sky Terminal จากนั้นจะขึ้นไปต่อที่จุดชมวิว Observation Deck ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปข้างบนเพื่อชมวิวเมืองนี้ได้แบบ 360 องศากันเลยทีเดียว ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 โซน คือ Sky Deck โดยมีความสูงอยู่ที่ 90 เมตร และ Sky Balcony มีความสูงอยู่ที่ 100 เมตรค่ะ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่นาโกย่าทีวีทาวเวอร์แห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line หรือ Meijo Line เพื่อมาลงยังสถานี Sakae จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 3 จากทางออก 3 หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Sakuradori Line มาลงที่สถานี Hisayaodori แล้วเดินเพียง 1 นาทีจากทางออก 4B ค่ะ

หมายเหตุ

  • นาโกย่าทีวีทาวเวอร์จะปิดทำการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ปี ค.ศ. 2019 และมีกำหนดการเปิดอีกครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2020 ค่ะ

 

โอเอซิส 21 (Oasis 21)

( แผนที่)

โอเอซิส 21 (Oasis 21)

ไม่ไกลจาก นาโกย่าทีวีทาวเวอร์ (Nagoya TV Tower)” นั้นก็ยังมีสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่น ด้วยรูปทรงที่แปลกตา หลังคาด้านบนเป็นกระจกใสที่สามารถมองเห็นด้านล่างได้ ตรงกลางจะเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่บนดาดฟ้าอย่าง โอเอซิส 21 (Oasis 21)” ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คใหม่เอาใจเหล่าวัยรุ่น วัยทำงาน ตั้งอยู่ในย่านซากาเอะ (Sakae)

โอเอซิส 21 เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2002 ภายในอาคารแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านของฝาก สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเดินเที่ยวเล่น…ช้อป ชิม ชิลล์ กันอย่างจุใจ รวมถึงยังเป็นที่ตั้งของท่ารถบัสของเมืองนาโกย่าอีกด้วย

ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวในช่วงกลางคืน ก็จะได้เห็นสีสันของแสงไฟยามราตรีได้อย่างงดงามทั่วทั้งตึกโอเอซิส 21 แห่งนี้ ซึ่งสามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนสุดที่บนหลังคากระจก Spaceship-Aqua ได้โดยการเดินขึ้นบันได้หรือจะใช้ลิฟท์ก็ได้ค่ะ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่นี่ สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line หรือ Meijo Line มาลงยังสถานี Sakae แล้วออกทางออก 4 ค่ะ

 

ซันไชน์ซาคาเอะ (Sunshine Sakae)

( แผนที่)

ซันไชน์ซาคาเอะ (Sunshine Sakae)

อีกหนึ่งแลนมาร์คยอดนิยมของเหล่าวัยรุ่นในย่านซากาเอะ (Sakae) คือ การแวะมา Check-in ที่ ซันไชน์ซาคาเอะ (Sunshine Sakae)” แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของเมืองนาโกย่า ที่นี่เป็นอาคารศูนย์การค้าที่มีทั้งหมด 6 ชั้นด้วยกัน ซึ่งแต่ละชั้นก็จะเต็มไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นหลากหลายแบรนด์ดัง ร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ร้านกาแฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นี่ก็ยังมีโรงละครของกลุ่มไอดอลชื่อดังของญี่ปุ่น SKE 48 ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารด้วยค่ะ

ห้างซันไชน์ซาคาเอะแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีเพราะมีจุดเด่นอยู่ที่ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ (Sky Boat) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบนตึก โดยมีความสูงอยู่ที่ 42 เมตร ซึ่งประกอบไปด้วยกระเช้าที่นั่งแก้วทั้งหมด 28 กระเช้าด้วยกัน สามารถจุได้ไม่เกิน 4 คนต่อกระเช้า นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปที่ชั้น 3 ของห้างเพื่อซื้อตั๋ว และเป็นจุดที่จะต้องขึ้นชิงช้าด้วยค่ะ ส่วนระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเพลิดเพลินเพื่อชมวิวเมืองอยู่ภายในชิงช้าแห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 15 นาทีค่ะ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาช้อปปิ้งชิค ๆ ที่ห้างซันไชน์ซาคาเอะแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line หรือ Meijo Line มาลงยังสถานี Sakae แล้วออกทางออก 8 ค่ะ

 

เจอาร์ เซนทรัล ทาวเวอร์ (JR Central Towers)

( แผนที่)

เจอาร์ เซนทรัล ทาวเวอร์ (JR Central Towers)

อีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญและเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของเมืองนาโกย่าที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะบรรดานักช้อปทั้งหลาย มาที่นี่ทั้งทีก็อยากจะละลายทรัพย์กันที่ เจอาร์ เซนทรัล ทาวเวอร์ (JR Central Towers)” ถือว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ชื่อดังขนาดใหญ่ที่เชื่อมติดกับสถานีรถไฟ JR Nagoya โดยเป็นตึกแฝด 30 ชั้น มีความสูงอยู่ที่ 245 เมตร

ภายในอาคาร JR Central Towers แห่งนี้ประกอบไปด้วยโรงแรม Nagoya Marriott Associa Hotel จุดชมวิว อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า JR Nagoya Takashimaya และถนนชอปปิ้งใต้ดิน Gate Walk ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หลากหลายแบรนด์เนม แบรนด์โลคอล และสินค้าอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เรียกว่าเดินออกจากห้างกันไปแบบตัวเบา กระเป๋าแบนกันเลยทีเดียว

ถ้ายังไม่จุใจอาคาร JR Central Towers ก็ยังเชื่อมกับอาคาร JR Gate Tower ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2017 นี่เอง ซึ่งก็มีร้านค้าและสินค้าต่าง ๆ ให้เลือกช้อปอีกมากมาย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะสำหรับใครที่มีโอกาสแวะเวียนมาที่นี่ การเดินทางก็สะดวกด้วยรถไฟ JR รวมถึงรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line และ Sakura-dori Line มาลงที่สถานี Nagoya ค่ะ

 

มิดแลนด์สแควร์ (Midland Square)

( แผนที่)

มิดแลนด์สแควร์ (Midland Square)

ยังอยู่กันที่ย่านช้อปปิ้งแบบชิค ๆ…คูล ๆ แถบสถานี Nagoya กับ มิดแลนด์สแควร์ (Midland Square)” หรือที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อของ โตโยต้า ไมนิจิ (Toyota-Mainichi) แน่นอนว่ามีชื่อของโตโยต้า (Toyota) ก็ย่อมเกี่ยวข้องกันเพราะว่าที่นี่เป็นที่ตั้งสำนักงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น นั่นเองค่ะ

มิดแลนด์สแควร์เปิดทำการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ภายในเป็นอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ เป็นตึกสูงที่สุดของเมืองนาโกย่าและสูงเป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่นอีกด้วยนะคะ ด้วยความสูงอยู่ที่ 247 เมตร โดยมีอยู่ทั้งหมด 47 ชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้นใต้ดิน – ชั้นที่ 4 ถูกออกแบบและจัดให้เป็นโซนศูนย์การค้า แหล่งช้อปปิ้งที่ประกอบไปด้วยโรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้าแบรนด์ดัง และของใช้อื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก บอกเลยว่าบันเทิงเริงใจกันทั้งวัน

จากนั้นมาต่อกันที่ชั้น 44 – 46 เลยที่ Sky Promenade ชั้นนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นจุดสำหรับชมวิวอันงดงามของเมืองได้แบบกว้างขวาง 360 องศานั่นเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวแบบ Open-air ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 40 วินาทีด้วยลิฟท์ อยากจะบอกว่าแค่แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว…ของเค้าไวจริงๆ

 

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya City Science Museum)

( แผนที่)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya City Science Museum)

ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับต้น ๆ ของโลก และที่เมืองนาโกย่าแห่งก็ยังมีอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่พลาดที่จะเข้ามาเยี่ยมชม ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya City Science Museum)” เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ระดับโลกที่น่าสนใจสำหรับการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และมีความโดดเด่นด้วยรูปทรงของอาคารที่ได้รับการออกแบบให้คล้ายลูกโลกขนาดใหญ่สีเงิน

ภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ประกอบไปด้วยการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ที่ให้ความรู้และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ท้องฟ้าจำลอง (Brother Earth) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เมตร, แล็ปจำลองแสงออโรรา (Deep Freezing Lab) ที่ความเย็น 30 องศาเซลเซียส, แล็ปทอร์นาโดจำลอง (Tornado Lab) ที่มีการจำลองการก่อตัวของพายุทอร์นาโดโดยมีความสูงที่ 9 เมตร และแล็ปสายฟ้าจำลอง (Electric Discharge Lab) เป็นห้องที่มีการจำลองการเกิดฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ก่อนเกิดพายุทอร์นาโดค่ะ ซึ่งแหล่งเรียนรู้แห่งนี้จะทำให้เรารู้จักกับโลกของเราได้ดียิ่งขึ้น และเข้าใจโลกมากขึ้นเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแบบครอบครัว

สำหรับคนที่จะเดินทางมาที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่าแห่งนี้ก็สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line หรือ Tsurumai Line มาลงที่สถานี Fushimi ออกทางออก 5 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีค่ะ

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium)

( แผนที่)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium)

เมืองนาโกย่าแห่งนี้ยังมีอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ และมีความสวยงามราวกับได้ลงไปท่องโลกใต้ทะเลกันจริง ๆ อย่าง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium)” ถือเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากนักท่องเที่ยว ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์น้ำมากกว่า 500 สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ที่นี่

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่าเริ่มเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992 ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ North Building จะเป็นโซนที่เป็นการแสดงโชว์ของสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างโลมา วาฬเพชฌฆาตและวาฬเบลูก้าค่ะ และอีกโซนใน South Building ที่รวมสิ่งมีชีวิตเอาไว้ทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกัน นักท่องเที่ยวสามารถตื่นตาตื่นใจไปกับการเยี่ยมชมสัตว์ที่อยู่ใต้ทะเลลึกหลากหลายชนิดที่หาชมได้ยากมากไม่ว่าจะเป็น เต่าทะเล ประการัง ฝูงปลา และเจ้าเพนกวิ้นแสนน่ารักที่เป็นขวัญใจของเด็ก ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ผ่อนคลายและสามารถเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วยนะคะ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางมาชื่นชมความน่ารักของเจ้าสัตว์โลกใต้ทะเลที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Meiko Line เพื่อมาลงยังสถานี Nagoyako จากนั้นให้ออกทางออก 3 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 7 นาทีค่ะ

 

สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามะ (Higashiyama Zoo and Botanical Gardens)

( แผนที่)

ขอเอาใจเหล่าคนรักสัตว์ทั้งหลายที่ได้มีโอกาสมาท่องเที่ยวที่เมืองนาโกย่าแห่งนี้กันต่อกับ สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามะ (Higashiyama Zoo and Botanical Gardens)” ถือเป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติด้วยนะคะ

สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามะแห่งนี้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937 ปัจจุบันมีสัตว์อยู่มากกว่า 500 สายพันธุ์ โดยสัตว์ทุกตัวได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรืออาหารการกิน นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมสวนสัตว์ได้อย่างทั่วถึงโดยการนั่งรถไฟโมโนเรลที่ให้บริการวิ่งไปรอบสวนสัตว์ และยังได้ชมวิวทิวทัศน์ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วยนะคะ

บริเวณที่อยู่ข้าง ๆ กับสวนสัตว์ก็เป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามะ ที่เต็มไปด้วยพรรณไม้มากกว่า 7,000 ชนิด มีทั้งสวนญี่ปุ่นโบราณและสระน้ำ ถือเป็นสวนที่มีความสวยงาม โดดเด่น ให้ความร่มรื่น และเหมาะแก่การเดินพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี ภายในสวนแห่งนี้ยังมีบ้านไม้โบราณที่ได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี รวมถึงอาคาร “ฮิงาชิยามะ สกายทาวน์เวอร์  (Higashiyama Sky Tower)” ที่สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์แห่งนี้ สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line มาลงที่สถานี Higashiyamakoen ออกทางออก 3 แล้วเดินอีกประมาณ 2 นาทีก็จะเจอกับประตูทางเข้าสวนแล้วค่ะ

 

เลโก้แลนด์ เจแปน (LEGOLAND Japan)

( แผนที่)

และแล้วก็มาถึงอีกหนึ่งสวนสนุกที่ต้องมาลองของญี่ปุ่นกับ เลโก้แลนด์ เจแปน (LEGOLAND Japan)” ดินแดนมหาสนุกที่ถูกเนรมิตขึ้นมาให้มีรูปทรงเป็นตัวต่อเลโก้ที่ดูแล้วแปลกใหม่และไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ค่ะ ที่นี่ถือเป็นสวนสนุกเลโก้แลนด์แห่งที่ 8 ในโลก โดยเปิดทำการครั้งแรกในปี ค.ศ. 2017  ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว LEGOLAND Japan Hotel พร้อมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ SEA LIFE Nagoya เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมานี่เองค่ะ

ภายในสวนสนุกแห่งนี้แบ่งออกเป็น 7 โซนต่างๆ โดยจะเริ่มต้นที่ Factory Zone ซึ่งเป็นโซนการผลิตเลโก้ต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงร้านจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับเลโก้รวมเอาไว้ที่นี่ด้วยค่ะ ต่อมาจะเป็น Pirate Shores หรือหลายคนเรียกว่า โซนของจอมโจรสลัด ก็จะเต็มไปด้วยเครื่องเล่นต่าง ๆ รวมถึงเรือไวกิ้งสุดมันส์ด้วยนะคะ จากนั้นเรามาต่อกันที่ Knight’s Kingdom ถือเป็นอีกหนึ่งโซนที่มีเครื่องเล่นอย่างหลากหลาย และที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโซนนี้ก็คือเจ้าเครื่องเล่นรถไฟเหาะ Dragon ที่มีความเร็วที่สุดในสวนสนุกแห่งนี้

จากนั้นมาต่อกันเลยที่ Lego City เป็นโซนที่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่ตื่นเต้นสนุกสนาน โดยเฉพาะกิจกรรมดูหนัง 4D ใน Palace Cinema จากนั้นจะเป็น Adventure ถือเป็นโซนที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเครื่องเล่นที่แสนสนุก ตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ ต่อมาจะเป็น Miniland Zone ถือเป็นโซนเมืองจำลองขนาดจิ๋วที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ของญี่ปุ่นเอาไว้ที่นี่ โดยสร้างมาจากเลโก้เป็นส่วนใหญ่ค่ะ และโซนสุดท้ายที่ Bricktopia ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะโซนนี้เค้ามีหลากหลายเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมเอาไว้อย่าง Observation Tower และ Ninjago Live อีกด้วยนะคะ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่เลโก้แลนด์แห่งนี้ก็สามารถใช้บริการรถไฟสาย Aonami Line จากสถานี Nagoya มาลงที่สถานี Kinjo-Futo โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ

ส่งท้าย

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนาโกย่าทั้ง 12 แห่งนี้คิดว่าน่าจะตอบโจทย์นักเดินทางได้ทุกเพศทุกวัย นาโกย่าเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับ 4 ถือเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น แต่ว่าก็ไม่แออัด สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบาย ๆ ค่ะ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สะดวกต่อการออกไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงอย่าง ทาคายาม่า (Takyama) และ ชิราคาวาโก (Shirakawa-go) ด้วยนะคะ

แหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคชูบุ

บทความที่เกี่ยวข้อง