Home เที่ยวญี่ปุ่นคันไซ (Kansai) 10 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนารา (Nara) ที่ต้องมา Check-in!
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนารา (Nara)

10 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนารา (Nara) ที่ต้องมา Check-in!

by Pikanoui
4733 views

จังหวัดนารา (Nara) ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ (Kansai) โดยอยู่ติดกับจังหวัดโอซาก้า (Osaka) และจังหวัดเกียวโต (Kyoto) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันเก่าแก่ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย

เมืองนาราเคยเป็นที่ตั้งเมืองหลวงถาวรแห่งแรกของญี่ปุ่นในช่วงปี ค.ศ. 710 – 794 ซึ่งแต่เดิมนั้นมีชื่อว่า เฮโจเกียว (Heijokyo) ปัจจุบันนาราเป็นที่รู้จักดีสำหรับนักท่องเที่ยวว่าเป็นเมืองที่ตั้งของพระพุทธรูปขนาดใหญ่และเป็นเมืองแห่งกวางค่ะ

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนาราที่ห้ามพลาด!

 

วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple)

( แผนที่)

วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple)

หากเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในนารา หลายคนคงรู้จัก “วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple) เป็นอย่างดี ที่นี่เป็นวัดใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 752 และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกขององค์การ UNESCO อีกด้วยค่ะ

วัดโทไดจิแห่งนี้ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สำคัญคือ ศาลาไม้หลังใหญ่ (Daibutsuden) ซึ่งมีความสูงเกือบ 50 เมตร ว่ากันว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งศาลาหลักของวัดแต่เดิมนั้นมีขนาดใหญ่กว่าในปัจจุบันอีกค่ะ สำหรับภายในศาลาก็เป็นที่ประดิษฐานของพระใหญ่ไดบุตสึ (Daibutsu) หรือที่เรียกกันว่าองค์หลวงพ่อโตแห่งนารา ซึ่งหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีความสูงถึง 15 เมตร เป็นปางนั่งขัดสมาธิ

วัดโทไดจิได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะถือเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในเมืองนาราแห่งนี้ค่ะ ที่สำคัญเดินทางไม่ยากเลยค่ะ โดยเริ่มจากสถานี JR Nara หรือ สถานี Kintetsu Nara ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Daibutsuden Kasugataisha-mae แล้วเดินต่ออีก 5 นาทีค่ะ

 

สวนนารา (Nara Park)

( แผนที่)

สวนนารา (Nara Park)

หลายคนที่มาเที่ยวนาราต้องห้ามพลาดมาที่นี่เลยกับ “สวนนารา (Nara Park) เป็นสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ที่นี่เป็นสวนขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนารา ภายในสวนแห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าฝูงกวางน้อยใหญ่กว่าพันตัว ที่เดินขวักไขว่ปะปนอยู่กับผู้คนที่เข้ามาเที่ยวภายในสวนอย่างไม่เกรงกลัวกันเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมและสัมผัสความน่ารักของเจ้ากวางกันได้ค่อนข้างปลอดภัย เพราะมันไม่ดุร้ายและคุ้นเคยดีกับคนเป็นอย่างดี หรืออยากจะให้อาหารก็ได้ค่ะ เมนูยอดฮิตของเจ้ากวางที่นี่ก็คือ “ขนมเซมเบ้ (Senbei)ซึ่งมีขายในละแวกนั้นในราคาประมาณ 150 เยน เพราะความน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย เลยทำให้เจ้ากวางเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาราไปโดยปริยายแล้วค่ะ ถึงแม้ว่าปกติแล้วกวางที่นี่จะไม่ทำร้ายเรา แต่ระวังไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ให้อาหารเจ้ากวางค่ะ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่สวนนาราแห่งนี้ได้โดยเดินจากสถานี Kintetsu Nara ประมาณ 5 นาที หรือจะเดินมาจากสถานี JR Nara ประมาณ 20 นาทีค่ะ หรือจะเดินมาจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้ เช่น “วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple), “วัดโคโฟกุจิ (Kofoku-ji Temple) หรือ “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา (Nara National Museum)” เป็นต้น

 

วัดโคโฟกุจิ (Kofoku-ji Temple)

( แผนที่)

วัดโคโฟกุจิ (Kofoku-ji Temple)

ท่องเที่ยวเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าของเมืองนารา สำหรับที่นี่ “วัดโคโฟกุจิ (Kofoku-ji Temple) วัดเก่าแก่ที่โด่งดังในยุคนาราและยุคเฮอัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 710 ถือเป็นอีกวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของเมืองนารา และยังเคยเป็นวัดประจำตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara) ซึ่งถือเป็นตระกูลขุนนางใหญ่ที่มีอำนาจการปกครองญี่ปุ่นในสมัยนั้นอีกด้วยค่ะ

วัดโคโฟกุจิมีอาณาเขตกว้างขวางใหญ่โต รวมถึงอาคารและสิ่งปลูกสร้างกว่า 150 หลัง แต่ในปัจจุบันหลงเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่อาคารเท่านั้น ภายในวัดแห่งนี้ประกอบไปด้วยหลายโซน ได้แก่ โซนห้องโถงฝั่งตะวันออก (Eastern Golden Hall), โซนห้องโถงฝั่งใต้ (Southern Octagonal Halls), โซนห้องโถงกลาง (Central Golden Hall), โซนพิพิธภัณฑ์สมบัติของแผ่นดิน (National Treasure Museum) และที่โดดเด่นอย่างมากเลยของวัดนี้ คือ เจดีย์ไม้ห้าชั้น (Gojyu-noto) มีความสูงที่ 50 เมตร ถือเป็นความสูงอันดับ 2 รองจากเจดีย์ของ “วัดโทจิ (Toji Temple)” ในเมืองเกียวโตค่ะ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่วัดโคโฟกุจิได้โดยใช้บริการรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu Nara แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที หรือเดินจากสถานี JR Nara ประมาณ 20 นาทีนะคะ

ศาลเจ้าคาซุงะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine)

( แผนที่)

ศาลเจ้าคาซุงะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine)

เยี่ยมชมศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญมากของญี่ปุ่น ณ “ศาลเจ้าคาซุงะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 768 ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาเมืองนาราขึ้นเป็นเมืองหลวง เป็นศาลเจ้าที่เคารพบูชาขององค์พระจักรพรรดิ รวมถึงเหล่าขุนนางและชนชั้นสูง และยังเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara) ด้วยค่ะ

หากได้ก้าวเข้ามาที่ศาลเจ้าคาซุงะไทฉะแห่งนี้ เราจะพบกับโคมไฟหินจำนวนกว่า 3,000 ดวงที่เรียงรายอยู่ให้เห็นตลอดสองข้างทางไปจนถึงประตูโทริอิ จากนั้นก็จะพบกับศาลาของศาลเจ้าขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งสร้างด้วยไม้และทาด้วยสีแดงสด และบริเวณรอบๆ ศาลเจ้าจะเห็นว่ามีโคมไฟสำริดและโคมไฟทองคำแขวนอยู่เป็นจำนวนมาก

ไม่ไกลจากศาลเจ้าหลักก็จะพบกับต้นสนยักษ์ที่มีอายุกว่า 800 ปี และต้น Wisteria ที่มีอายุกว่า 400 ปีค่ะ เพราะความเก่าแก่และความเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับท่านใดที่อยากจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็สามารถโดยสารรถบัสหมายเลข 1 หรือ 5 จากสถานี JR Nara หรือ Kintetsu Nara โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ให้ลงที่ป้าย Kasuga Taisha Honden

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา (Nara National Museum)

( แผนที่)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา (Nara National Museum)

มาท่องเที่ยวยังสถานที่ที่คอยบอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมากับ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา (Nara National Museum)” สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1889 โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปะเกี่ยวกับพุทธศาสนาของประเทศญี่ปุ่น และใช้เป็นสถานที่ในการเก็บรักษาสมบัติอันล้ำค่าที่เป็นของวัดต่าง ๆ

สำหรับโครงสร้างอาคารของพิพิธภัณฑ์นั้นก็มีความเก่าแก่และโดดเด่นสวยงาม และมีการดูแดรักษาให้คงเดิมอยู่เสมอ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นเลยค่ะ สำหรับภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบไปด้วยการจัดแสดงโบราณวัตถุทางพระพุทธศาสนา อันได้แก่ พระพุทธรูป ภาพวาด คัมภีร์ และโบราณวัตถุอื่น ๆ รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการที่หมุนเวียนไปตามช่วงฤดูกาลให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนาราตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับ “สวนนารา (Nara Park) โดยอยู่ไม่ไกลจาก “วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple) และ “วัดโคโฟกุจิ (Kofoku-ji Temple)” สามารถเดินมา หรือนั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Himuro Shrine & National Museum ก็ได้ค่ะ

วัดโฮริวจิ (Horyu-ji Temple)

( แผนที่)

วัดโฮริวจิ (Horyu-ji Temple)

ความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมของสิ่งก่อสร้างที่มีความเก่าแก่ และมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนาราอีกแห่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้ได้เลยนั่นก็คือ “วัดโฮริวจิ (Horyu-ji Temple)วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 607 โดยเจ้าชายโชโตคุ ไทชิ (Shotoku Taishi) ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

วัดโฮริวจิได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กร UNESCO ครั้งแรกของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1993 อีกด้วยค่ะ ภายในวัดแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ๆ ได้แก่ โซนทิศตะวันตก ซึ่งประกอบไปด้วยบ้านไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงเหลืออยู่ และเจดีย์ห้าชั้น จากนั้นจะเป็นโซนทิศตะวันออกซึ่งมีพระที่นั่งรูปทรงแปดเหลี่ยม ยูเมะโดโนะ (Yumedono) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเจ้าชาย และเป็นที่ตั้งของหอศิลปะที่เป็นสมบัติของวัดค่ะ

วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของชนชาติญี่ปุ่นอีกด้วยนะคะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ได้โดยนั่งรถไฟ JR Nara ลงที่สถานี Horyu-ji จากนั้นให้เดินต่อประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถประจำทางหมายเลข 72 ให้ลงที่ป้าย Horyuji-mae ค่ะ

 

พระราชวังเฮโจ (Heijo Palace)

( แผนที่)

พระราชวังเฮโจ (Heijo Palace)

เชิญมาสัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการในดินแดนที่เคยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติญี่ปุ่นที่ยังคงรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมกัน ณ “พระราชวังเฮโจ (Heijo Palace) ซึ่งเมื่อก่อนนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิในสมัยที่นารายังเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นช่วงปี ค.ศ. 710 – 794

พระราชวังเฮโจ มีพื้นที่มากกว่า 1 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งมีการออกแบบที่สวยงามและซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง โดยภายในพระราชวังประกอบไปด้วย อาคารหลัก (Daigokuden), พิพิธภัณฑ์ปราสาทนารา (Nara Palace Site Museum), พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เฮโจเคียว (Heijokyo History Museum), ศูนย์จัดแสดงนิทรรศการ (Excavation Site Exhibition Hall) และสวนญี่ปุ่น (Toin Teien Garden)

ที่นี่ไม่ใช่เป็นแค่พระราชวังที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานเท่านั้น แต่ยังเลอค่าไปด้วยความวิจิตบรรจงของการออกแบบตกแต่งทั้งภายนอกและภายในพระราชวัง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO อีกด้วยนะคะ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางมาที่นี่สามารถใช้บริการรถไฟ จากสถานี Kintetsu Nara มาลงยังสถานี Yamato-Saidaiji แล้วเดินอีกประมาณ 15 นาทีค่ะ

 

วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple)

( แผนที่)

วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple)

ขอเอาใจสายนักบุญทั้งหลายที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับวัดโดยเป็นที่ “วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple) วัดเก่าแก่อีกแห่งของญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO

วัดยาคุชิจิสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 680 โดยพระจักรพรรดิเท็นมุ (Emperor Tenmu) ภายในวัดประกอบไปด้วยอาคารห้องโถงหลักที่มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1970 ให้ใกล้เคียงกับของเก่ามากที่สุดเนื่องจากถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนัก และยังมีเจดีย์ที่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาของอาคารหลัก ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ เนื่องจากมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในบางส่วนที่ถูกไฟไหม้ไป

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่นี่ได้โดยใช้บริการรถไฟสาย Kintetsu Nara Line จากสถานี Kintetsu Nara มาลงที่สถานี Yamato-Saidaiji แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Kintetsu Kashihara Line ให้ลงที่สถานี Nishinokyo ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 25 นาทีค่ะ

 

วัดโทโชไดจิ (Toshodai-ji Temple)

( แผนที่)

วัดโทโชไดจิ (Toshodai-ji Temple)

หากเอ่ยถึง วัดโทโชไดจิ (Toshodai-ji Temple)” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองนารา สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 759 และเป็นวัดอีกแห่งที่ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO

วัดแห่งนี้ก่อตั้งโดยนักบวชชาวจีนมีนามว่า กันจิน (Ganjin) ที่ถูกเชิญเข้ามาเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ภายในวัดประกอบไปด้วยอาคารที่สำคัญ คือ ศาลาหลัก (Kondo) ศาลาบรรยาย (Kodo) และมีหลุมฝังศพของท่านกันจินตั้งอยู่บริเวณท้ายวัดด้วยค่ะ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่วัดแห่งนี้ก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้อันร่มรื่น รวมถึงการชื่นชมความงามทางด้านสถาปัตยกรรมในแบบญี่ปุ่นที่มีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี สำหรับผู้สนใจที่อยากมาเยี่ยมชมวัดนี้ ก็สามารถนั่งรถไฟ Kintetsu Kashihara Line มาลงที่สถานี Nishinokyo หรือจะเดินมาจาก “วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple)” ที่อยู่ใกล้ ๆ กันก็ได้ค่ะ

ย่านเมืองเก่านารา (Naramachi)

( แผนที่)

ย่านเมืองเก่านารา (Naramachi)

หลังจากที่ได้เที่ยวชมตามวัดวาอารามกันแล้ว…ที่เมืองนาราแห่งนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับสายช้อปนั่นคือ “ย่านเมืองเก่านารา (Naramachi) ถือเป็นอีกย่านการค้าที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาตินิยมแวะมาช้อป…ชิม…ชิล อยู่เป็นประจำค่ะ

ส่วนใหญ่ของอาคารบ้านเรือนที่เราเห็นจะยังคงเป็นแบบดั้งเดิมนับตั้งแต่สมัยเอโดะ เนื่องจากคนที่นี่นั้นช่วยกันอนุรักษ์ดูแลเอาไว้อย่างดีเลยค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมบรรยากาศเพื่อสัมผัสกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซอยเล็ก ๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้ได้เที่ยวกันอย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งวันเลยล่ะ

ภายในย่านนี้ยังมีสถานที่เที่ยวอีกหลายที่เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น วัดกังโกจิ (Gangoji Temple), บ้านโบราณ (Naramachi Lattice House), พิพิธภัณฑ์แสดงงานฝีมือ (Nara Craft Museum), พิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ (Naramachi Shiryokan) และสำนักงานเก่า (Imanishike Shoin Residence) สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางมาที่ย่านเก่านี้ก็สามารถเลือกใช้บริการรถไฟเพื่อมาลงที่สถานี Kintetsu Nara แล้วเดินอีก 15 นาที หรือมาลงสถานี JR Nara แล้วเดินอีก 20 นาทีค่ะ ไม่อย่างนั้นก็ขึ้นรถบัสมาก็ได้ค่ะ

 

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนารานั้นส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ ๆ กันและสามารถเดินมาได้ หรือจะใช้บริการรถบัสก็ได้ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ พักอยู่ที่โอซาก้าหรือเกียวโตก็สามารถเดินทางมาเที่ยวนาราได้อย่างสะดวก ใช้เวลาประมาณ 50 นาที เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้เลยนะคะ

 


บทความท่องเที่ยวแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง