Home เที่ยวญี่ปุ่นชูบุ (Chubu) 10 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ที่ต้องมา Check-in!
สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)

10 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ที่ต้องมา Check-in!

by Pikanoui
24148 views

คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) เป็นเมืองในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ซึ่งอยู่ในภูมิภาคชูบุ (Chubu) แต่ว่าสามารถเดินทางมาจากเมืองหลวงอย่างโตเกียว (Tokyo) ซึ่งอยู่ในภูมิภาคคันโต (Kanto) ได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟหรือรถบัส โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ เป็นเมืองที่ได้ความนิยมมาก ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

สิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมาเห็นกับตาตัวเองในการเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นเลยนั่นก็คือ การได้มาชมภูเขาไฟฟูจิ (Fuji) ซึ่งบริเวณทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) แห่งนี้ ก็เป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบรอบฟูจิ (Fuji Five Lakes) เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะอย่างยิ่งแก่การเดินทางมาชื่นชมความสวยงามและความอลังการของภูเขาไฟฟูจิในทุกฤดูเลยค่ะ

นอกจากการชมภูเขาไฟฟูจิแล้ว ที่คาวากุจิโกะก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งเลยค่ะ โดยสามารถเดินทางไปได้ด้วยการนั่งรถบัส Retro Bus จากสถานี Kawaguchiko ตรงป้ายหมายเลข 1 (ซื้อตั๋วเหมาสำหรับรถบัสได้ที่จุดจำหน่ายในสถานี) และยังสามารถเช่าจักรยาน หรือเช่ารถยนต์เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวรอบทะเลสาบได้อย่างสะดวกค่ะ

หมายเหตุ 

  • Retro Bus สายสีแดงที่วิ่งรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะได้มีการปรับลดจำนวนป้ายจาก 22 เหลือเพียง 20 เมื่อต้นปี 2019

10 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะที่ห้ามพลาด!

โรงสมุนไพรคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Herb Hall)

( แผนที่)

โรงสมุนไพรคาวางุจิโกะ (Kawaguchiko Herb Hall)

ป้ายแรกของ Retro Bus ที่เราจะแนะนำนั้นก็คือ ป้ายหมายเลข 5 ที่อยู่ตรง “โรงสมุนไพรคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Herb Hall)” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสมุนไพรเอาไว้หลายร้อยชนิด โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสมุนไพรและวัตถุดิบจากท้องถิ่นให้ได้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย และยังมีโซนกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่นั่นคือ การจัดดอกไม้แห้งและการทำงานประดิษฐ์ดอกไม้แห้งซึ่งเป็นสมุนไพรของคาวากุจิโกะค่ะ

กระเช้าลอยฟ้าคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Mt. Fuji Panorama Ropeway)

( แผนที่)

กระเช้าลอยฟ้าคาจิคาจิยามะ (Mt. Kachi Kachi Ropeway)

หากได้มาเที่ยวที่คาวากุจิโกะแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาที่ป้ายรสบัสหมายเลข 9 นะคะ เพื่อขึ้น “กระเช้าลอยฟ้าคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Mt. Fuji Panorama Ropeway)” หรือที่รู้จักในชื่อเดิมว่า “กระเช้าลอยฟ้าคาจิคาจิยามะ (Mt. Kachi Kachi Ropeway) ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะพาเราไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาเทนโจ (Mount Tenjo) ที่มีความสูง 1,075 เมตร โดยใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 3 นาทีที่อยู่บนกระเช้าค่ะ หรือสำหรับคนที่รักการเดินเท้าเพื่อสัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติตลอดสองข้างทาง ก็ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาทีค่ะ

ที่บนจุดชมวิวบนยอดเขานี้ เราจะได้เพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาไฟฟูจิแบบพาโนราม่า และทิวทัศน์ของเมืองด้านล่างที่มีทะเลสาบคาวากุจิโกะและภูเขาล้อมรอบ นอกจากนั้นเราจะได้พบกับรูปปั้นทานูกิและกระต่ายซึ่งเป็นแลนมาร์คของที่นี่ อีกทั้งยังมีระฆังหัวใจซึ่งสามารถมองผ่านแล้วเห็นภูเขาไฟฟูจิในกรอบรูปหัวใจด้วยค่ะ ที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นช่วงฮอตฮิตติดอันดับที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเลยก็ว่าได้

ล่องเรือทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Ensoleille Sailing)

( แผนที่)

ล่องเรือทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Ensoleille Sailing)

หลังจากที่ได้ขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศาบนยอดเขาด้วยกระเช้าลอยฟ้ากันแล้ว อาจจะทำให้ใครหลายคนอยากจะลงไปสัมผัสกับทะเลสาบที่มากกว่าการมองเห็นด้วยตาเปล่านั่นคือ “การล่องเรือทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Ensoleille Sailing)” เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ เป็นอีกกิจกรรมที่เหมาะในการชมวิวและและถ่ายภาพภูเขาไฟฟูจิสวยๆ เลยค่ะ

จุดขึ้นเรือนี้ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากทางขึ้นกระเช้าลอยฟ้านี่เองค่ะ โดยจะใช้ระยะเวลาในการล่องเรือในทะเลสาบประมาณ 20 นาทีต่อรอบ มีเรือออกทุก ๆ 30 นาที ตัวเรือจะแบ่งเป็น 3 ชั้น หากเลือกชั้นบนสุด นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นวิวแบบ 360 องศาของทั้งทะเลสาบและภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วยนะคะ ซึ่งเรือจะหมดรอบในเวลา 17.30 น. และเวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงในวันที่สภาพอากาศไม่อำนวย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Museum of Art)

( แผนที่)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Museum of Art)

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ลงรถบัสตรงป้ายหมายเลข 14 ที่นี่ก็มี “พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Museum of Art)” ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการพิเศษหลากหลายประเภทตั้งแต่ศิลปะโบราณไปจนถึงศิลปะสมัยใหม่ ที่รวบรวมภาพวาด ภาพพิมพ์ และภาพถ่ายที่เกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิในมุมต่าง ๆ โดยเป็นผลงานของชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมกันค่ะ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนผ่านเรื่องราวในอดีตมาจนถึงปัจจุบันผ่านศิลปะเหล่านี้นั่นเองค่ะ

ชาวญี่ปุ่นถือว่าภูเขาไฟฟูจิแห่งนี้คือความภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่นนับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอยากจะสร้างผลงานเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิลูกนี้ขึ้นมาค่ะ และภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะยังมีโซนพวกร้านขายของที่ระลึกและร้านน้ำชาไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้นั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวริมทะเลสาบอีกด้วยนะคะ

พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Music Forest)

( แผนที่)

พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Music Forest)

สัมผัสความรู้สึกที่เป็นกลิ่นไอแบบยุโรป ณ “พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Music Forest)”  ตรงป้ายรถบัสหมายเลข 15 ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ สะพาน ดอกไม้ในสวนที่เป็นบรรยากาศแนวตะวันตกพร้อมฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเครื่องดนตรีอัตโนมัติ มีกล่องดนตรีโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ และเครื่องดนตรีประเภทอื่น ๆ อีกหลายชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศในแถบยุโรปค่ะ

ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังประกอบไปด้วยร้านอาหารและร้านกาแฟท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกไว้คอยบริการนักเที่ยวที่แวะมากันอีกด้วย ส่วนภายนอกพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดและตกแต่งให้เป็นสวนดอกไม้นานาพันธุ์ในสไตล์ยุโรป ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน คนส่วนใหญ่นิยมมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันค่ะ แน่นอนว่านักท่องเที่ยวที่แวะเข้ามาที่แห่งนี้ก็จะได้ผ่อนคลายจากการฟังเสียงดนตรี และเพลิดเพลินกับการเดินชมสวนดอกไม้อย่างรื่นรมย์

หอศิลป์คาวากุจิโกะโคโนฮานะ (Kawaguchiko Konohana Art Museum)

( แผนที่)

หอศิลป์คาวางุจิโกะโคโนฮานะ (Kawaguchiko Konohana Art Museum)

ป้ายรถบัสหมายเลข 16 พิกัดนี้ขอเอาใจคนรักแมวเหมียวกับ “หอศิลป์คาวากุจิโกะโคโนฮานะ (Kawaguchiko Konohana Art Museum)” ว่ากันว่า ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เป็นเสมือนดินแดนลึกลับที่ดูน่าค้นหาสำหรับผู้ที่ได้มาเยือน ภายในอาคารได้มีการจัดแสดงรูปภาพและประวัติเกี่ยวกับแมวดายัน (Dayan) ที่ตกแต่งในธีมดินแดนมหัศจรรย์วาจิฟีลด์ (Wachifield) เอาไว้ให้ได้ศึกษากันค่ะ โดยเป็นผลงานของชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า อิเคดะ อากิโกะ (Ikeda Akiko)

หลังจากที่ได้ชมเจ้าแมวกันแล้ว ที่นี่ก็มี “ร้านกาแฟโอลสันซังโนะอิจิโกะ (Olsonsan no Ichigo)” สำหรับนั่งจิบกาแฟเบา ๆ พร้อมชื่นชมความงามของวิวภูเขาไฟฟูจิกันค่ะ ซึ่งเมนูที่อยากจะแนะนำก็คือ สตรอเบอร์รี่พาเฟ่ และอาหารอื่นๆ ที่น่าสนใจก็ยังมีอีกเพียบนะคะ นอกจากนั้นแล้วไม่ไกลจากหอศิลป์ก็ยังมีอาหารตาให้ชมในช่วงซากุระบานในช่วงกลางเดือนเมษายนกันด้วยค่ะ โดยเราสามารถเดินเลียบทะเลสาบที่มีต้นซากุระอยู่ริมทางเดิน พร้อมชมวิวภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่อลังการเลยนะคะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคูโบตะอิตจิคุ (Kubota Itchiku Art Museum)

( แผนที่)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคูโบตะอิตจิคุ (Kubota Itchiku Art Museum)

tomyamwasabi.com

ศิลปะกับธรรมชาติมักเป็นของคู่กัน สำหรับท่านที่ชื่นชอบและหลงใหลความงามด้านงานศิลป์แบบโบราณต้องแวะมาที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะคูโบตะอิตจิคุ (Kubota Itchiku Art Museum)”ป้ายรถบัสหมายเลข 17 แห่งนี้ ที่นี่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1994 เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กซึ่งใช้ในการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการย้อมผ้าต่าง ๆ สำหรับใช้ตกแต่งชุดกิโมโนในยุคของมุโรมาจิ รวมถึงผลงานชิ้นโบแดงที่มีชื่อว่า Symphony of Light ซึ่งเป็นกิโมโนถึง 30 ชุดที่เรียงต่อกันเป็นรูปภูเขาไฟฟูจิอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังได้รวมทั้งผลงานเกี่ยวกับผ้าย้อมอื่น ๆ อีก 80 ชิ้น ที่ดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหล เป็นผลงานของอาจารย์อิตจิคุ ศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้ที่มีชื่อเสียงด้านการฟื้นฟูศิลปะการย้อมผ้าในสมัยโบราณ และบริเวณรอบ ๆ พิพิธภัณฑ์ยังเป็นสวนหย่อมที่มีการประดับตกแต่งไว้อย่างร่มรื่นสวยงามเหมือนภาพวาด เหมาะแก่การเดินเที่ยวเพื่อผ่อนคลายกับธรรมชาติกันค่ะ

ศูนย์การใช้ชีวิตธรรมชาติคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Natural Living Center)

( แผนที่)

ศูนย์การใช้ชีวิตธรรมชาติคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Natural Living Center)

หลายท่านกำลังมองหาของฝากจากคาวากุจิโกะกันอยู่ใช่ไหม?…เราขอแนะนำจุดที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่ คือ ป้ายรถบัสหมายเลข 20 ซึ่งอยู่ตรง “ศูนย์การใช้ชีวิตธรรมชาติคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Natural Living Center)” เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก สินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นและของฝากต่าง ๆ ให้เลือกซื้อมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำจากบลูเบอร์รี่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ที่นี่ยังเปิดสอนวิธีการทำแยมบลูเบอร์รี่ให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วยนะคะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมานั่งจิบกาแฟพร้อมลิ้มลองเมนูยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็บอกตรงกันว่าสุดยอดไปเลย นั่นคือ ซอฟต์ครีมบลูเบอร์รี่ ถ้ามาถึงแล้วก็ต้องจัดสักหน่อยจะได้ไม่ตกเทรนด์ และที่นี่สามารถมองเห็นวิวฟูจิและทะเลสาบคาวากุจิโกะได้อย่างชัดเจนค่ะ หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงฤดูร้อน “สวนโออิชิ (Oishi Park)” ที่อยู่ใกล้กับศูนย์การใช้ชีวิตธรรมชาติแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วยทุ่งลาเวนเดอร์ริมทะเลสาบและดอกไม้นานาชนิดที่เบ่งบานรอต้อนรับผู้ที่แวะมาเยือน

สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland)

( แผนที่)

สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland)

japankakkoii.com

หลังจากเที่ยวรอบ ๆ ทะเลสาบคาวากุจิโกะไปแล้ว ก็ขอพาออกมาหน่อยตรงสถานีรถไฟ Fujikyu Highland Station ซึ่งอยู่ถัดจากสถานี Kawaguchiko Station มา 1 ป้าย เพื่อมาสัมผัสกับสวนสนุกสุดมันส์ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย ณ “สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (FujiQ Highland)” ที่นี่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ก็เพราะว่าที่ตั้งของสวนสนุกแห่งนี้นั้นอยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟฟูจิค่ะ โดยสามารถมองเห็นความงดงามของภูเขาไฟได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

เราสามารถเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นมากมายภายในสวนสนุกได้อย่างไม่จำกัดโดยเฉพาะรถไฟเหาะที่ได้รับการบันทึก Guinness World Record ให้เป็นรถไฟเหาะที่เร็วและสูงที่สุด และบ้านผีสิงสุดระทึกขวัญ รวมไปถึงลานไอซ์สเก็ตที่จะเปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวนั่นเองค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสวนสนุกแห่งนี้ได้ฟรี และไปเสียค่าเครื่องเล่นต่างหากนะคะ

เจดีย์แดงชูเรอิโตะ (Chureito Pagoda)

( แผนที่)

เจดีย์แดง (Chureito Pagoda)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญสำหรับการชมวิวที่สวยที่สุดของภูเขาไฟฟูจินั่นคือ เจดีย์แดงชูเรอิโตะ (Chureito Pagoda)ซึ่งเป็นเจดีย์ห้าชั้นที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในบริเวณศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน (Arakura Sengen Shrine) หรืออนุสาวรีย์รำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในสงคราม สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สันติภาพในปี ค.ศ. 1958 หากเดินจากสถานีรถไฟ Shimoyoshida Station จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้นค่ะ และไม่ต้องกังวลเลยว่าจะหลงทางเพราะมีป้ายคอยบอกตลอดทางเลย

ในการขึ้นไปสัมผัสความงามของวิวจากด้านบนนั้น ต้องขึ้นบันได้เกือบ 400 ขั้น มีหอบบ้าง แต่ถ้าได้เห็นวิวละหายเหนื่อยแน่นอน! โดยเราสามารถมองเห็นเมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) ได้แบบพาโนาราม่าและวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานประมาณกลางเดือนเมษายน และฤดูใบไม้ร่วงประมาณครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน ที่นี่จะเป็นจุดชมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาถ่ายรูปกันค่ะ

ส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับทั้ง 10 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะที่ห้ามพลาดในบทความนี้ ใครที่อยากชมภูเขาไฟฟูจิ แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ แต่ทั้งนี้ต้องพึ่งดวงกันหน่อยนะคะ เพราะฟูจิเค้าค่อนข้างขี้อายอ่ะ ถ้าอากาศไม่ดี ก็จะโดนเมฆหมอกบังมิดเลย ถ้าเป็นไปได้ ก่อนมาก็ควรเช็คพยากรณ์อากาศกันสักนิด (ล่วงหน้าประมาณ 3 วันจะค่อนข้างแม่น) เลือกวันที่ฟ้าสดใสนะคะ จะได้ชมฟูจิแบบชัดๆ เลยค่ะ

บทความนี้ได้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 5 เมษายน 2018 และมีการปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด 25 มีนาคม 2019

แหล่งท่องเที่ยวรอบโตเกียว


บทความที่เกี่ยวข้อง